สร้างแรงบันดาลใจ

แนะนำท่องเที่ยว

ทำบุญและเที่ยวพักผ่อน ที่ “วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก”

27 พฤศจิกายน 2561


วันนี้พาผู้สูงอายุมาเที่ยววัดกัน วัดที่จะพาทุกท่านมารู้จักคือ “วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก” เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2538 วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 ซอย 19 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคมสีมา และได้รับการยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงเป็นกรณีพิเศษในตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2542

แรกเริ่มนั้น คณะอนุกรรมการฝ่ายออกแบบ ได้ออกแบบการก่อสร้างอยู่ที่ 100 ล้านบาท เมื่อนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปรับแบบพระอุโบสถและอาคารอื่น ๆ ให้มีขนาดเล็กลงจากเดิม ไม่โปรดให้สร้างวัดขนาดใหญ่ และให้ใช้งบประมาณไม่ควรเกิน 10 ล้านบาท ทรงเน้นว่าให้มีวัดเพื่อให้มีพระไว้สั่งสอนชาวบ้านในบริเวณนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นวัดใหญ่โต เน้นให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนได้เป็นสำคัญ อีกทั้งให้ยึดหลักแห่งความประหยัด เรียบง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด

คณะอนุกรรมการฯ จึงได้ออกแบบที่ง่าย ๆ ไม่หรูหรา ซึ่งประกอบด้วยพระอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระ จำนวน 5 หลัง หอระฆัง โรงครัว อาคารสะอาด สวยงาม และบริเวณพื้นที่โดยรอบให้ปลูกพันธุ์ไม้นานาชนิดทั้งไม้ป่าและพันธุ์ไม้หายากในลักษณะป่าผสมผสาน เพื่อให้เกิดร่มเงาและความร่มเย็นแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปที่เข้ามาประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา

รูปแบบทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมของวัด ได้ต้นเค้ามาจากพระอุโบสถวัดต่าง ๆ เช่น รูปทรงเสาของอุโบสถวัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร, ความเรียบง่ายและมุขประเจิดของพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม เป็นต้น โครงสร้างอุโบสถ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหลังคมมุงกระเบื้องทำด้วยแผ่นเหล็กสีขาว องค์ประกอบเครื่องบนหลังคาเป็นปูนปั้นลายดอกพุดตาน ประดับหน้าบันด้วยลายปูนปั้นปิดทองเฉพาะที่ตราพระราชลัญจกร ประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ช่อฟ้า ใบระกาเป็นลวดลายปูนปั้นไม่ปิดทองประดับกระจก ผนังและเสาก่ออิฐฉาบปูนเรียบทาสีขาว บานประตูหน้าต่างใช้กรอบอะลูมิเนียม ลูกฟักเป็นกระจก เพดานพระอุโบสถเป็นเพดานไม้เรียบ แต่ได้มีผู้มีจิตศรัทธาถวายโคมระย้าเป็นพุทธบูชาประดับไว้แทนรวม 4 ช่อ

พระประธานที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ได้รับการออกแบบจาก เรืออากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น ซึ่งเป็นสถาปนิกของกรมศิลปากร และได้ทำการออกแบบทั้งสิ้น 7 แบบ ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกัน จากนั้นมูลนิธิชัยพัฒนานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทอดพระเนตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลือกแบบ พระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) โดยได้ทรงแก้ไขแบบอีกเล็กน้อยด้วยพระองค์เอง และคณะอนุกรรมการการก่อสร้างฯ ได้มอบให้อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน คณบดีคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ปั้น

วันหยุดสุดสัปดาห์มาเป็นครอบครัว ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งการพักผ่อน มีความสุขกันทั้งครอบครัว

รูปและข้อมูล https://th.wikipedia.org/w/index.php?curid=789311